เมื่อวันอังคารที่ 12 เมษายน พ.ศ.2559 เวลา 09.30 น.
นายฎรงค์กร สมตน ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 12 พร้อมคณะทำงาน และสื่อมวลชนจังหวัดอ่างทอง ร่วมสำรวจความคืบหน้าโครงการ kick of โครงการบูรณาการกำจัดผักตบชวาในแม่น้ำน้อยจาก วัดสี่ร้อย ต.บางจักร อ.วิเศษชัยชาญ จ.อ่างทอง ถึง อ.ผักไห่ จ.พระนครศรีอยุธยา
นายฎรงค์กร สมตน ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 12 กล่าวว่า จากนโยบายของรัฐบาล ที่ต้องการให้มีการกำจัดผักตบชวาให้เป็นรูปประธรรมภายในเดือนมีนาคม 2559 โดยได้บูรณาการทำงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งจะมุ่งเน้นพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาภาคกลางเป็นหลัก โดยในส่วนของโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษายางมณี ได้กำหนดกิจกรรมการกำจัดผักตบชวา ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เริ่มดำเนินมาตั้งแต่วันที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2559 ซึ่งมีแผนการกำจัดผักตบชวาในพื้นที่รับผิดชอบของโครงการส่งน้ำยางมณี ในปริมาณวัชพืชและผักตบชวารวมกันประมาณ 150,000 ตัน
จากการร่วมสำรวจความคืบหน้าโครงการ kick of โครงการบูรณาการกำจัดผักตบชวาในแม่น้ำน้อยจาก วัดสี่ร้อย ต.บางจักร อ.วิเศษชัยชาญ จ.อ่างทอง ถึง อ.ผักไห่ จ.พระนครศรีอยุธยาโดยนั่งเรือ รวมระยะทางกว่า 12 กิโลเมตร พบว่า จำนวนของผักตบชวา ลดน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด แต่ยังมีผักตบชวาที่ยังคงหลงเหลือบ้างเล็กน้อย จากที่เครื่องจักรกลขนาดใหญ่ไม่สามารถเข้าไปกำจัดได้ ดังนั้น สำนักงานชลประทานที่ 12 จึงได้ขอความร่วมมือให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ได้ให้ความร่วมมือกำจัดผักชวา ในแม่น้ำลำคลอง ที่ไหลผ่านในพื้นที่ของตนเอง เพื่อเป็นการฟื้นฟูสภาพแหล่งน้ำ และเพิ่มอัตราการไหลของน้ำให้ได้มากที่สุด อีกทั้งเพื่อเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวทางน้ำในอนาคตของจังหวัดอ่างทองได้เป็นอย่างดี
จากการร่วมสำรวจความคืบหน้าโครงการ kick of โครงการบูรณาการกำจัดผักตบชวาในแม่น้ำน้อยจาก วัดสี่ร้อย ต.บางจักร อ.วิเศษชัยชาญ จ.อ่างทอง ถึง อ.ผักไห่ จ.พระนครศรีอยุธยาโดยนั่งเรือ รวมระยะทางกว่า 12 กิโลเมตร พบว่า จำนวนของผักตบชวา ลดน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด แต่ยังมีผักตบชวาที่ยังคงหลงเหลือบ้างเล็กน้อย จากที่เครื่องจักรกลขนาดใหญ่ไม่สามารถเข้าไปกำจัดได้ ดังนั้น สำนักงานชลประทานที่ 12 จึงได้ขอความร่วมมือให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ได้ให้ความร่วมมือกำจัดผักชวา ในแม่น้ำลำคลอง ที่ไหลผ่านในพื้นที่ของตนเอง เพื่อเป็นการฟื้นฟูสภาพแหล่งน้ำ และเพิ่มอัตราการไหลของน้ำให้ได้มากที่สุด อีกทั้งเพื่อเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวทางน้ำในอนาคตของจังหวัดอ่างทองได้เป็นอย่างดี