เมื่อวันศุกร์ที่ 1 เมษายนพ.ศ. 2559 เวลา 09.00 น.
นายวีร์รวุทธ์ ปุตระเศรณี ผู้ว่าราชการจังหวัดอ่างทอง เป็นประธานเปิดโครงการ “รับบริจาคโลหิต เฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี อุปนายิกาผู้อำนวยการสภากาชาดไทย เนื่องในโอกาศวันคล้ายวันพระราชสมภพ 2 เมษายน 2559” ณ หอประชุมอำเภอเมืองอ่างทอง อ.เมืองอ่างทอง จังหวัดอ่างทอง
นางทักษณิภร ปุตระเศรณี นายกเหล่ากาชาดจังหวัดอ่างทอง กล่าวว่า เนื่องในโอกาศมหามงคล 2 เมษายน เป็นวันพระราชสมภพ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี อุปนายิกาผู้อำนวยการสภากาชาดไทย และในปี 2559 ทรงเจริญพระชนมายุครบ 61 พรรษา เหล่ากาชาดจังหวัดอ่างทอง ร่วมกับจังหวัดอ่างทอง โรงพยาบาลอ่างทอง และโรงพยาบาลวิเศษชัยชาญ จึงได้จัดทำโครงการรับบริจาคโลหิตเฉลิมพระเกียรติขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในโอกาศมหามงคลทรงเจริญพระชนมายุ 61 พรรษา เพื่อเป็นการแสดงความจงรักภักดี และเผยแพร่พระเกียรติคุณ ของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ให้ประชาชนชาวจังหวัดอ่างทอง และประชาชนทั่วไปได้รับทราบ และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ และจัดหาโลหิตไว้ให้เพียงพอต่อผู้ป่วยของโรงพยาบาลในจังหวัดอ่างทอง โดยเฉพาะช่วงเทศกาลสงกรานต์ ที่จะมาถึง ซึ่งโลหิตเมื่อได้รับบริจาคในวันนี้ สามารถเก็บไว้ได้ 35 วัน
สำหรับการจัดกิจกรรมในวันนี้ ประกอบด้วย การรับบริจาคโลหิต โดยแพทย์และเจ้าหน้าที่จากโรงพยาบาลอ่างทอง และโรงพยาบาลวิเศษชัยชาญ การรับบริจาคดวงตา อวัยวะ และร่างกาย กำหนดกลุ่มเป้าหมายผู้เข้าร่วมโครงการ จำนวน 250 คน โดยขอความร่วมมือจากส่วนราชการทุกส่วน อำเภอทุกอำเภอ รวมทั้งประชาชนทั่วไปที่มีจิตอันเป็นกุศล มีสุขภาพแข็งแรง อายุระหว่าง 17-60 ปี เข้าร่วมโครงการในครั้งนี้ โดยในครั้งนี้ มีประชาชนเข้าร่วมบริจาคโลหิต จำนวน 214ราย บริจาคดวงตา จำนวน 29 ราย บริจาคอวัยวะ จำนวน 14ราย และบริจาคร่างกาย จำนวน 21 ราย
สำหรับการจัดกิจกรรมในวันนี้ ประกอบด้วย การรับบริจาคโลหิต โดยแพทย์และเจ้าหน้าที่จากโรงพยาบาลอ่างทอง และโรงพยาบาลวิเศษชัยชาญ การรับบริจาคดวงตา อวัยวะ และร่างกาย กำหนดกลุ่มเป้าหมายผู้เข้าร่วมโครงการ จำนวน 250 คน โดยขอความร่วมมือจากส่วนราชการทุกส่วน อำเภอทุกอำเภอ รวมทั้งประชาชนทั่วไปที่มีจิตอันเป็นกุศล มีสุขภาพแข็งแรง อายุระหว่าง 17-60 ปี เข้าร่วมโครงการในครั้งนี้ โดยในครั้งนี้ มีประชาชนเข้าร่วมบริจาคโลหิต จำนวน 214ราย บริจาคดวงตา จำนวน 29 ราย บริจาคอวัยวะ จำนวน 14ราย และบริจาคร่างกาย จำนวน 21 ราย