บริษัทประชารัฐรักสามัคคีจังหวัดอ่างทองดันโครงการยกระดับมาตรฐานผู้เพาะเลี้ยงไข่ผำ ได้รับการสนับสนุนทุนและงานวิจัยจากมหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยาเตรียมสร้างโรงเรือน


เมื่อวันพุธที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2569 เวลา 10.00 น.
ณ บ่อดินเพาะเลี้ยงไข่ผำ ต.โพสะ อ.เมืองอ่างทอง จ.อ่างทอง


นายทรงพล พูลสวัสดิ์ (ประธานบริษัทประชารัฐรักสามัคคีจังหวัดอ่างทอง และประธานสภาเกษตรกรจังหวัดอ่างทอง) หน่วยงานริเริ่มและผลักดันเกษตรกรให้ เพาะเลี้ยงไข่ผำ หรือ Superfood มาตั้งแต่ปี 2566 แต่ไม่ประสบความสำเร็จตามเป้าหมาย ไข่ผำเป็นพืชน้ำที่เป็นยอมรับกันว่า เป็นสารอาหารที่มีโปรตีนสูงมาก เป็นพืชน้ำมีมีวงจรสั้นและต้องมีการพัฒนาด้านการป้องกันสิ่งปนเปื้อน รวมถึงตลาดที่จะมารับซื้อ

 
 
จึงได้ร่วมกับ มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยา สาขาวิชาเทคโนโลยีอุตสาหกรรม โดยมี ผศ.ดร.สุรชัย บุญเจริญ กรรมการที่ปรึกษาของบริษัทประชารัฐรักสามัคคี และเป็นอาจารย์ประจำสาขา ดังกล่าว และได้นำโครงการพัฒนาไข่ผำจังหวัดอ่างทอง เข้าเป็นงานพัฒนาท้องถิ่นและวิจัยของคณะ ยึดหลักวิศวกรทางสังคมศาสตร์พระราชา และกระบวนการที่ร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยชุมชน และบุคคลในพื้นที่เป็นเครือข่าย



ทางมหาวิทยาลัยฯ ได้จัดทำโครงการ “พัฒนาผลิตภัณฑ์และยกระดับผลิตภัณฑ์ชุมชน (จากไข่ผำ)” เป็นยุทธศาสตร์การสร้างมูลค่าเพิ่มในการใช้ตัวฐานความคิดของไข่ผำ มาสร้างระบบสตาร์ทอัพ และสร้างระบบโรงเรือนเพื่อขอมาตรฐาน Gap และนำอุปกรณ์ต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง อาทิเช่น เครื่องตัก เครื่องบด เครื่องอบมาสร้างให้เกิดกระบวนการไข่ผำ เพื่อทำการแปรรูปอย่างมีคุณภาพ สามารถทำเป็นอาหาร ทั้งคาว-หวาน ได้หลายเมนู เช่นข้าวต้มมัด ไข่เจียว ต่อยอดการทำ ไข่ผำอบแห้ง เพื่อที่จะทำให้เกษตรกรในจังหวัดอ่างทองได้มีอาชีพ และบริโภคโปรตีนที่มาจากพืชซึ่งเป็นโปรตีนคุณภาพ



โดยโครงการนี้ มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยาได้สนับสนุนทุนก่อสร้างโรงเรือน 2 แห่ง มูลค่า 150,000 บาท ที่บ้านของ น.ส.จุฬาลักษณ์ เนียมรุ่งเรือง หรือครูยน ต.โพสะ อ.เมืองอ่างทอง และที่บ้านผู้ใหญ่แมว ต.บางเจ้าฉ่า อ.โพธิ์ทอง โดยมี ดร.อภิชิต กระจ่างเย่า ประธานสาขาวิชาเทคโนโลยีอุตสาหกรรม เจ้าของโครงการ ควบคุมการก่อสร้างและให้ความรู้ที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เป็นศูนย์เรียนรู้การผลิตไข่ผำ สำหรับการบริโภคและแปรรูปได้มาตรฐานตามตลาดต้องการมากที่สุด




ดร.อภิชิต กระจ่างเย่า กล่าวเพิ่มเติมว่า โครงการนี้ เป็นกิจกรรมพัฒนาท้องถิ่น ตามนโยบายของมหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยา สาขาวิชาเทคโนโลยีอุตสาหกรรม ซึ่งมหาวิทยาลัยฯ เน้นการพัฒนาท้องถิ่นและชุมชน โดยกำหนดแผนงานลงชุมชนทั้งหมด 5 ครั้ง ครั้งแรกเมื่อปลายปี 2568 ที่ผ่านมา เป็นการมาสำรวจพื้นที่ ที่เหมาะสมในการที่จะทำโรงเรือน แล้วก็หาแหล่งกำเนิดของไข่ผำ ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 2 คือเริ่มสร้างโรงเรือน โดยมีนักศึกษามาลงพื้นร่วมกันก่อสร้างที่ อ.เมืองอ่างทอง ครั้งที่ 3 จะเป็นการสร้างโรงเรือนอีกแห่งที่ อ.โพธิ์ทอง และกิจกรรมครั้งที่ 4 ก็จะมาเก็บผลว่าโครงการที่ทำไปได้ตามมาตรฐานหรือไม่ แล้วจึงสรุปประเมินผลงานในขั้นตอนสุดท้าย

 


ในส่วนของการสร้างโรงเรือนแต่ละแห่ง จะมีขนาดความกว้าง 6 เมตร ความยาว 10 เมตร หลังคามุงด้วยพลาสติก ด้านข้างเป็นตาข่ายตาถี่ ภายในมีบ่อเพาะเลี้ยง 3 บ่อ คาดว่าจะใช้เวลาก่อสร้างประมาณ 2 เดือน หรือช่วงต้นเดือนเมษายน 2569 จะแล้วเสร็จ ใช้งานได้ เท่ากับว่าเป็นบ่ออนุบาล หลังจากเลี้ยงบ่อดิน ทำให้ลดการปนเปื้อนของไรแดงหรือวัชพืชลงได้เยอะ

 


ไข่ผำ หรือ ผำ (Wolffia) คือพืชน้ำขนาดเล็กที่สุดในโลก มีลักษณะเป็นเม็ดสีเขียวจิ๋วคล้ายไข่ปลา ไม่มีรากและใบ นิยมขึ้นแพรวมกันตามแหล่งน้ำนิ่งสะอาด เป็นผักพื้นบ้านทางภาคเหนือและอีสานที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูงมาก ได้รับฉายาว่า "กรีนคาร์เวียร์" (Green Caviar) หรือซูเปอร์ฟู้ด เพราะมีโปรตีนสูง ไฟเบอร์สูง และมีธาตุอาหารจำเป็นครบถ้วน ปัจจุบันราคาขายตักสด กิโลกรัมละ 200-300 บาท และถ้านำไปตากแห้งและปั่นเป็นผง ต้องใช้ผำสดถึง 30 กิโลกรัม จึงจะได้ผำอบแห้ง 1 กิโลกรัม ทำให้ราคาผำอบแห้งเฉลี่ยอยู่ที่ราคาตั้งแต่ 6,000-9,000 บาท ในประเทศไทย

 



ข้อมูลข่าวและภาพโดย
สำนักงานข่าวท้องถิ่นจังหวัดอ่างทอง
Angthong News
080 - 549 8787