อ่างทอง เปิดศึกมวยไทยรากหญ้าสู่สากล ซีซั่น 4 รอบ 8 คน กลุ่มภาคกลาง เฟ้นหายอดนักชกสู่ระดับประเทศ


เมื่อวันศุกร์ที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2569 เวลา 18.00 น.
ณ เวทีมวยชั่วคราว อาคารอเนกประสงค์ สนามกีฬาจังหวัดอ่างทอง
ต.ย่านซื่อ อ.เมืองอ่างทอง จ.อ่างทอง




 

จังหวัดอ่างทองได้มีการจัดพิธีเปิดการแข่งขันมวยไทยรายการใหญ่ “สืบสานมวยไทยจากรากหญ้าสู่สากล” Authentic Muaythai ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ในรอบ 8 คน ของกลุ่มภาคกลาง เพื่อคัดเลือกนักมวยไทยระดับรากหญ้าที่มีฝีมือดีที่สุดเข้าสู่การแข่งขันรอบชิงแชมป์ประเทศไทย โดยมีผู้เข้าร่วมกิจกรรมครั้งนี้กว่า 200 คน

 



ในพิธีเปิดครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก นายภราดร ปริศนานันทกุล (รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี) เดินทางมาเป็นประธานในพิธีเปิดการแข่งขันอย่างเป็นทางการ โดยมี นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล (ประธานวิปรัฐบาล) นายนิทัศน์ อารีย์วงศ์สกุล (สมาชิกวุฒิสภา) นายทัศนัย สุธาพจน์ (รองผู้ว่าราชการจังหวัดอ่างทอง) นายไพบูลย์ ศุภบุญ (รองผู้ว่าราชการจังหวัดอ่างทอง) นางโปรดปราน สมานมิตร (รองผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย ฝ่ายกีฬาอาชีพและกีฬามวย) นายณัฐพล อันตรเสน (ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการกีฬามวย) ตลอดจนหัวหน้าส่วนราชการ คณะผู้บริหารการกีฬาแห่งประเทศไทยส่วนกลาง ผู้อำนวยการ กกท. ภาค 1 และภาค 2 รวมถึงผู้อำนวยการ กกท. จังหวัดในโซนภาคกลาง เข้าร่วมพิธีและร่วมให้กำลังใจนักกีฬาอย่างพร้อมเพรียง


 


นายณัฐพล อันตรเสน (ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการกีฬามวย) กล่าวรายงานถึงวัตถุประสงค์และความเป็นมาของการจัดการแข่งขัน ซึ่งได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ และการกีฬาแห่งประเทศไทย การแข่งขันในซีซั่นที่ 4 นี้ เป็นการรวมตัวของนักมวยสมัครเล่นระดับรากหญ้าจาก 22 จังหวัดในโซนภาคกลาง (รวมถึงกรุงเทพฯ และปริมณฑล) ที่ผ่านการคัดเลือกเข้ามาประชันฝีมือในระบบแพ้คัดออก


 

เพื่อส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพของนักมวยไทยรุ่นใหม่จากระดับรากหญ้าให้ก้าวสู่เส้นทางอาชีพอย่างมั่นคง ยกระดับมาตรฐานมวยไทยสู่สากล และใช้กีฬามวยไทยกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวในท้องถิ่น การจัดการแข่งขันในระบบแพ้คัดออก แบ่งเป็น 4 โซนภูมิภาคทั่วประเทศ (เหนือ, ใต้, อีสาน, กลาง) เพื่อหาตัวแทนไปชิงแชมป์ในระดับประเทศ

 


โดยแบ่งการแข่งขันออกเป็นทั้งหมด 6 รุ่นน้ำหนัก ประกอบด้วย ประเภทชาย 5 รุ่น (รุ่น 115 ปอนด์, 118 ปอนด์, 126 ปอนด์, 135 ปอนด์ และ 147 ปอนด์) และประเภทหญิง 1 รุ่น (รุ่น 112 ปอนด์) เพื่อเฟ้นหาตัวแทนที่แข็งแกร่งที่สุดไปชิงชัยในระดับประเทศต่อไป

 


นายนวรัตน์ สุวานิช (ผู้อำนวยการสำนักงานการกีฬาแห่งประเทศไทยจังหวัดอ่างทอง) กล่าวในตอนท้ายว่า โครงการ “สืบสานมวยไทยจากรากหญ้าสู่สากล” ในปี 2569 ก้าวเข้าสู่ ปีที่ 4 ครั้งนี้มีเป้าหมายสำคัญในการอนุรักษ์ สืบสาน และต่อยอดศิลปะมวยไทย ซึ่งเป็น Soft Power อันทรงคุณค่าของประเทศไทย พร้อมเปิดโอกาสให้นักมวยไทยอาชีพดาวรุ่งจากระดับท้องถิ่นทั่วประเทศ ได้พัฒนาศักยภาพและก้าวสู่การแข่งขันในเวทีมาตรฐานระดับสากล


 

ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวมุ่งเน้นการใช้กีฬามวยไทยเป็นเครื่องมือในการเผยแพร่วัฒนธรรม อนุรักษ์ศิลปะการต่อสู้ของบรรพบุรุษ และกระตุ้นเศรษฐกิจในชุมชนท้องถิ่น ผ่านการสร้างงาน สร้างอาชีพ และสร้างรายได้ให้กับบุคคลในวงการมวยทั้ง 7 ประเภท อาทิ ครูมวย ค่ายมวย ผู้ตัดสิน และโปรโมเตอร์ เพื่อยกระดับมาตรฐานมวยไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืนสู่ระดับสากล

 


นอกจากนี้ โครงการยังมีบทบาทสำคัญในการกระตุ้นเศรษฐกิจและส่งเสริมการท่องเที่ยวในภูมิภาค ผ่านการบูรณาการศิลปวัฒนธรรมไทย ขนบธรรมเนียมประเพณี ดนตรีพื้นบ้าน และอาหารท้องถิ่นของแต่ละจังหวัด เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับชุมชน ควบคู่ไปกับการเผยแพร่เสน่ห์ของมวยไทยในฐานะมรดกภูมิปัญญาและเอกลักษณ์ของชาติสู่สายตานานาประเทศ




ขอบคุณข้อมูลและภาพจาก
สำนักงานการกีฬาแห่งประเทศไทย จังหวัดอ่างทอง

เรียบเรียงเป็นข่าวโดย
สำนักงานข่าวท้องถิ่นจังหวัดอ่างทอง
Angthong News (080-5498787)