นายวีร์ กี่จนา (ประมงจังหวัดอ่างทอง) มอบหมายให้ ชุดเคลื่อนที่เร็วสำนักงานประมงจังหวัดอ่างทอง ร่วมกับ เจ้าหน้าที่จากศูนย์ป้องกันและปราบปรามการประมงน้ำจืดภาคกลาง นำเรือตรวจการณ์ล่องไปตามลำน้ำเจ้าพระยาเพื่อประชาสัมพันธ์แจ้งข้อกำหนดและข้อห้ามในการทำประมงในช่วง "ฤดูน้ำแดง" (ภาคกลาง) ซึ่งจะเริ่มบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน ไปจนถึงวันที่ 31 สิงหาคม 2569
การลงพื้นที่เชิงรุกในครั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้เข้าถึงตัวชาวประมงที่กำลังทำการประมงในลำน้ำโดยตรง เพื่อชี้แจงข้อกฎหมายและขอความร่วมมือให้ช่วยกระจายข่าวสารในกลุ่มเครือข่ายชาวประมงด้วยกัน เพื่อป้องกันการกระทำผิดเนื่องจากมีบทลงโทษที่รุนแรง ทั้งนี้ สำนักงานประมงจังหวัดอ่างทองเตรียมขยายการประชาสัมพันธ์ให้ครอบคลุมพื้นที่ลุ่มแม่น้ำน้อย และแหล่งน้ำสาธารณะในทั้ง 7 อำเภอของจังหวัดอ่างทองอย่างทั่วถึง
สำหรับรายละเอียดและข้อกำหนดการทำประมงในฤดูปลาน้ำจืดมีไข่ วางไข่ และเลี้ยงตัววัยอ่อน มีดังนี้
ข้อห้ามหลัก (ห้ามเด็ดขาด) ห้ามทำการประมงในบริเวณแม่น้ำ ลำคลอง ลำธาร ห้วย หนอง บึง อ่างเก็บน้ำ เขื่อน พรุ และลำน้ำทุกสาขา (ยกเว้นเครื่องมือที่ได้รับอนุญาต) และ ห้ามใช้เครื่องมือทำลายล้างทุกชนิดที่ทำลายพันธุ์ปลาเป็นจำนวนมาก
เครื่องมือประมงพื้นบ้านที่ยังอนุญาตให้ใช้ได้ (เพื่อการยังชีพ) เช่น เบ็ดทุกชนิด (ยกเว้นเบ็ดราว และเบ็ดพวงที่ใช้วิธีการกระชาก) ตะแกรง สวิง ช้อน ยอ หรือชนาง ขนาดปากกว้างต้องไม่เกิน 2 เมตร และห้ามใช้วิธีการประดา (เดินเรียงหน้าไล่ต้อนปลา) สุ่ม ฉมวก ส้อม ไซ ตุ้ม อีจู้ ลัน และ แห ที่มีความลึกไม่เกิน 6 ศอก (3 เมตร)
บทลงโทษสำหรับผู้ฝ่าฝืน ผู้ใดฝ่าฝืนตามมาตรา 70 แห่งพระราชกำหนดการประมง พ.ศ. 2558 ต้องระวางโทษปรับตั้งแต่ 5,000 บาท ถึง 50,000 บาท หรือปรับเป็นจำนวน 5 เท่าของมูลค่าสัตว์น้ำที่ได้จากการทำประมง
ทั้งนี้ ประชาชนสามารถตรวจสอบประกาศและรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ของกรมประมง หรือสำนักงานประมงจังหวัดอ่างทอง เพื่อร่วมกันรักษาทรัพยากรสัตว์น้ำให้มีความอุดมสมบูรณ์อย่างยั่งยืน
ขอขอบคุณภาพและเนื้อข่าว
สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดอ่างทอง








