ประมงอ่างทอง รุดตรวจกระชังปลาป่าโมก เกาะติดผลกระทบเขื่อนเจ้าพระยาเร่งระบายน้ำ ย้ำเกษตรกรขึ้นทะเบียนรับสิทธิ์ช่วยเหลือก่อนเกิดภัย


เมื่อวันจันทร์ที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ.2569

นายวีร์ กี่จนา (ประมงจังหวัดอ่างทอง) พร้อมด้วย นายวรณิสร์ แก้วตีนแท่น (ประมงอำเภอป่าโมก) ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์และตรวจเยี่ยมกลุ่มผู้เลี้ยงปลากระชังริมแม่น้ำเจ้าพระยา ในพื้นที่ตำบลบางเสด็จ อำเภอป่าโมก จังหวัดอ่างทอง เพื่อเฝ้าระวังและประเมินผลกระทบหลังจากที่เขื่อนเจ้าพระยามีการแจ้งปรับเพิ่มการระบายน้ำท้ายเขื่อนในช่วง 1-2 วันที่ผ่านมา




จากการตรวจสอบและพบปะเกษตรกรพบว่า ปลาที่เลี้ยงส่วนใหญ่เป็นปลาทับทิมขนาดกลางและขนาดใหญ่ ซึ่งอยู่ระหว่างการขุนรอส่งขายให้กับพ่อค้าจากจังหวัดแม่ฮ่องสอน นอกจากนี้ยังมีการเลี้ยงปลากดคังและปลาเบญจพรรณอื่นๆ ร่วมด้วย แต่ในส่วนของลูกปลาวัยอ่อน เกษตรกรได้งดการนำมาปล่อยเลี้ยงในระยะนี้ เนื่องจากน้ำมีสีขุ่นจัดซึ่งอาจทำให้ลูกปลาช็อกและตายได้ง่าย โดยสถานการณ์ราคาซื้อขายปลาทับทิมหน้ากระชังในปัจจุบัน แบ่งตามเกณฑ์ขนาดดังนี้

ขนาด 0.5 - 0.7 กิโลกรัม: ราคา 60 บาท / กิโลกรัม

ขนาด 0.8 - 1.2 กิโลกรัม: ราคา 70 บาท / กิโลกรัม

ขนาด 1.2 กิโลกรัมขึ้นไป: ราคา 50 บาท / กิโลกรัม



ด้าน นายเชน แสงทอง (เกษตรกรผู้เลี้ยงปลากระชังในพื้นที่) ให้ข้อมูลว่า นับตั้งแต่เขื่อนเริ่มระบายน้ำเพิ่มขึ้น ปลาในกระชังเริ่มมีพฤติกรรมกินอาหารเม็ดน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด เกษตรกรจึงต้องปรับลดปริมาณอาหารลงเพื่อป้องกันน้ำเน่าเสีย และมีปลาบางส่วนที่อายุมากปรับสภาพตามระบบนิเวศใหม่ไม่ทันทำให้มีตายบ้างเล็กน้อย ซึ่งถือเป็นเรื่องธรรมชาติเมื่อน้ำเปลี่ยนสี โดยในช่วงบ่ายของวันนี้ (25 พฤษภาคม 2569) กลุ่มผู้เลี้ยงปลาเตรียมจะลงมือผูกลวดสลิงและเสริมโครงสร้างกระชังให้มีความแข็งแรงมากขึ้นเพื่อรองรับกระแสน้ำที่เริ่มไหลเชี่ยวกราก



นายวีร์ กี่จนา (ประมงจังหวัดอ่างทอง) เปิดเผยว่า สิ่งที่ทางประมงจังหวัดกำลังเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดคือภาวะน้ำเปลี่ยนสีจากการระบายน้ำของเขื่อนเจ้าพระยา การลงพื้นที่ครั้งนี้จึงเป็นการเก็บข้อมูลดิบและรับฟังความต้องการของชาวบ้านเพื่อนำไปวางแผนเยียวยา พร้อมกันนี้ได้ออกข้อสั่งการเน้นย้ำถึงผู้เลี้ยงปลากระชังในพื้นที่ อำเภอไชโย, อำเภอเมือง และอำเภอป่าโมก รวมทั้งสิ้น 158 ราย ว่า เกษตรกรทุกคนที่เลี้ยงปลาในลำน้ำสาธารณะ จะต้องสละเวลาไปขึ้นทะเบียนเกษตรกรและขออนุญาตเป็นผู้เลี้ยงสัตว์น้ำให้ถูกต้อง เนื่องจากหากเกิดสถานการณ์ภัยพิบัติขึ้น กลุ่มผู้ที่ขึ้นทะเบียนถูกต้องจะได้รับการพิจารณาช่วยเหลือเป็นกลุ่มแรก หากรายใดทะเบียนหมดอายุให้รีบนำเอกสารไปต่ออายุทันทีที่สำนักงานประมงอำเภอในท้องที่



ขอขอบคุณภาพและเนื้อข่าว
สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดอ่างทอง